ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ครึ่งแรกเหี่ยวครึ่งหลังดุเฉือน อตาลันตา

ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ครึ่งแรกเหี่ยวครึ่งหลังดุเฉือน อตาลันตา

ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ครึ่งแรกเหี่ยวครึ่งหลังดุเฉือน อตาลันตา

ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ครึ่งแรกเหี่ยวครึ่งหลังดุเฉือน อตาลันตา

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถระเบิดพลังแฝงในการนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกนรกกลับมาชนะ อตาลันตา ด้วยสกอร์ 3-2 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ เมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งให้พวกเขาขึ้นไปรั้งจ่าฝูงเรียบร้อย

เกมนี้ “ผีแดง” แมนยู ออกสตาร์ทน่าผิดหวังเมื่อโดนทีมเยือนทำสกอร์นำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรก แต่ในช่วงพักครึ่ง “น้าลูกอม” คงจัดหนักลูกทีมทำให้เมื่อกลับมาลงสนามในครึ่งหลัง แข้ง “ผีแดง” วิ่งสู้ฟัดแบบลืมตายจนสามารถยิงคืนแบบทบต้นทบดอก 3 ตุง คว้าชัยชนะไปได้อย่างสุดยอด

สามคะแนนในแมตช์นี้น่าจะเป็นการสร้างขวัญกำลังให้กับแข้ง “ผีแดง” ในการเตรียมทำศึก “เร้ด วอร์” รับมือ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค.นี้ งานนี้เชื่อว่า โซลชา คงกระตุ้นลูกทีมให้จัดการยัดเยียดความปราชัยเกมแรกของซีซั่นนี้ให้กับ “หงส์แดง” ให้ได้

1. เสียประตูง่ายเหมือนเดิม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 10

ดูเหมือนจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้วกับการเสียประตูง่ายในช่วงต้นเกม โดยต้องยอมรับว่าเกมรับของ “ปีศาจแดง” มีปัญหาจริงๆ ในการประกบคู่แข่ง และการจัดการกับลูกตั้งเตะ

“เร้ด เดวิลส์” เสียประตูทุกเกมในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการจัดระบบเกมรับของ แมนฯ ยูฯ มีปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการลูกตั้งเตะซึ่งแมตช์นี้พวกเขาก็ปล่อยให้ เมริห์ เดมิรัล ขึ้นโขกได้สบายๆ

จริงๆ แล้วหากมองจากจังหวะในการสร้างโอกาส อตาลันตา ในช่วง 45 นาทีแรกอาจจะมีไม่มากนัก แต่สามารถทำให้เกมรับของเจ้าบ้านปั่นป่วนได้ตลอด ขณะที่เกมบุกของ “ผีแดง” ค่อนข้างสะเปะสะปะ และยิงทิ้งยิงขว้างเป็นส่วนใหญ่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา

หากมองตามความเป็นจริง ด้วยคุณภาพนักเตะของ อตาลันตา และการที่ไม่มีแข้งตัวหลักไปหลายคน ถือว่าเป็นโชคดีของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะหากเป็นทีมในระดับเดียวกัน แต่ “เร้ด เดวิลส์” เล่นเกมรับแบบนี้ บอกเลยสกอร์คงไม่ได้ออกมาอย่างที่เห็นแน่นอน

ฉะนั้น โซลชา ไม่ควรหลงระเริงกับชัยชนะที่ได้มาแบบรากเลือดในเกมนี้ แต่ต้องรีบติวเข้มแนวรับ เพราะศึก “แดงเดือด” สุดสัปดาห์นี้ พวกเขาจะต้องเจอเกมบุกสไตล์เฮฟวี่เมทัล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในการป้องกันแน่นอน

2. สปิริตแมนยูยังน่ากลัว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 1

ผลงานในช่วง 45 นาทีแรกบรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” คงรู้สึกเซ็งไปตามๆ กันเพราะทีมรักสกอร์ตามหลังสองประตู แถมรูปเกมก็ไม่ได้ดีเด่ และยังมีบางจังหวะที่เกือบโดนบวกสกอร์เพิ่มด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามในครึ่งหลัง “น้าลูกอม” สามารถกระตุ้นลูกทีมให้กับมารวมพลังประจัญบานได้อีกครั้ง และใช้คุณภาพของผู้เล่นที่เหนือกว่าในการบดบี้ขยี้ผู้มาเยือนจนตั้งเกมไม่ได้ ก่อนจะจัดการกระซวก 3 ประตูรวดคว้าชัยชนะได้แบบน้ำลายเหนียวคอ

จะว่าไปแล้วการแก้เกมของ โซลชา ในการส่ง ปอล ป็อกบา, เจดอน ซานโช่ และ เอดินสัน คาวานี่ ลงสนามทำให้เกมบุกของพวกเขาอันตรายมากขึ้นหลายเท่า กอปรกับนักเตะอตาลันตาไม่สามารถสู้ความสามารถเฉพาะตัวของเจ้าบ้านได้ ยิ่งทำให้ผลงานเป็นรองมากยิ่งขึ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 2

จุดเด่นที่สำคัญเหนือแท็กติกในแมตช์นี้ก็คือ “สปิริต” ของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ที่สู้ถวายหัวตลอดช่วงครึ่งหลัง จนกระทั่งทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่แฟนบอล “ผีแดง” ประทับใจอย่างมากกับหัวใจนักสู้ที่กล้าแกร่งของนักเตะ

ก่อนหน้านี้ บียาร์เรอัล ก็เคยโดน “จิตวิญญาณปีศาจแดง” มาแล้ว แมตช์นี้ อตาลันตาคงรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของ แมนฯ ยูฯ ได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นในเกมหน้าที่ต้องรับมือในเมืองแบร์การ์โม่ พวกเขาต้องมีความเด็ดขาดในการจบสกอร์ หากอยากแก้แค้นให้ได้

3. ทีมไม่สามารถขาด โรนัลโด้ ได้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 3

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะที่แฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดทั้งรักและเทิดทูนมากขนาดไหน ที่สำคัญการกลับมาเล่นให้ “ผีแดง” อีกครั้งเจ้าตัวยังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด และช่วยทีมได้เสมอ

ย้อนไปในแมตช์พบกับ บียาร์เรอัล ก็เป็น โรนัลโด้ ที่ซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนำชัยชนะสู่สโมสร ในแมตช์นี้ “ซีอาร์ 7” ก็สวมบทซูเปอร์ฮีโร่โขกประตูสำคัญในช่วง 10 นาทีสุดท้ายทำให้ แมนฯ ยูฯ คว้า 3 แต้มสำคัญ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 4

แม้ว่าในเกมนี้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ไม่สามารถแผลงฤทธิ์อะไรได้มากนัก เนื่องจากโดนแนวรับของ อตาลันตา ไล่ตามปะกบตลอดเวลา แต่เจ้าตัวก็มีโอกาสยิงประตูบ้าง เพียงแค่ขาดความแม่นยำ และบางครั้งก็โดน ฮวน มุสโซ่ เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ

สำหรับตอนนี้ โรนัลโด้ จัดการส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายคู่แข่ง 6 ประตูจาก 8 เกมในการแข่งขันทุกรายการฤดูกาลนี้ และแน่นอนว่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” คงจะได้เห็นประตูอีกมากมายจาก ดาวยิงหมายเลข 7 โดยเฉพาะในแมตช์สำคัญรับมือ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์นี้ !!

4. เด เคอา และ มุสโซ่ โดดเด่นทั้งคู่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 5

สกอร์ในเกมนี้จบลงที่ 3-2 มันอาจจะดูเหมือนว่าเกมรับของ แมนฯ ยูฯ และ อตาลันตา ค่อนข้างมีปัญหา แต่จริงๆ แล้วสกอร์อาจจะไม่ได้จบแค่นี้หากไม่ได้ความยอดเยี่ยมของ ดาบิด เด เคอา และ ฮวน มุสโซ่ !!

แมตช์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะไม่ได้อะไรเลยต่อหน้าแฟนบอลในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากไม่ได้การโชว์ 2 เซฟสำคัญติดต่อกันของ นายทวารทีมชาติสเปน ในช่วงครึ่งหลัง โดยเขาป้องกันลูกยิงของ ดูวาน ซาปาต้า ในจังหวะแรก แต่ด้วยจังหวะซ้ำเต็มข้อของ รุสลัน มาลินอฟสกี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 6

ต้องบอกเลยว่านี่คือดับเบิ้ลเซฟที่พลิกชีวิตของ แมนฯ ยูฯ อย่างแท้จริงๆ เพราะหลังจากนั้นไม่กี่นาทีพวกเขาก็มาได้ประตูตีเสมอจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ฉะนั้นหนึ่งในผู้เล่นที่ควรได้รับคำชมก็คือ เด เคอา

ขณะที่ มุสโซ่ ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะเขามีโอกาสโชว์ซูเปอร์เซฟหลายครั้ง รวมทั้งจังหวะดวลแบบตัวต่อตัว กับ โรนัลโด้ ด้วย จริงๆ แล้วหากไม่ได้การเซฟของ โกลชาวอาร์เจนไตน์ สถานการณ์ของทีมเยือนคงตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน

5. โซลชา มีพลังแฝงในยามวิกฤติเสมอ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 7

เป็นไปตามคาดเมื่อ โซลชา ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันจะมีพลังงานบางอย่างที่เปล่งประกายออกมาเพื่อช่วยค้ำจุนให้เขาสามารถอยู่รอดปลอดภัยจากช่วงเวลาวิกฤติแบบนั้นเสมอ

แมตช์นี้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า “น้าลูกอม” เหมือนมีพลังแฝงในการนำลูกทีมพลิกนรกคว้าชัยชนะได้แบบหืดขึ้นคอ และแน่นอนว่าการที่ได้ 3 คะแนนในสไตล์แบบนี้เขาย่อมได้รับคำชมมากมายก่ายกองจากกองเชียร์

ฉะนั้นในเกม “แดงเดือด” ที่ “โรงละครแห่งความฝัน” โซลชา อาจจะมีพลังพิเศษในการกระตุ้นแข้ง “ปีศาจแดง” ให้งัดฟอร์มเก่งออกมาอีกครั้ง และสามารถกดดันทีมที่ได้ชื่อว่ามีเกมรุกที่อันตรายที่สุดในลีกได้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ อตาลันตา 8

เกมระหว่าง แมนฯ ยูฯ กับ ลิเวอร์พูล มันเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ผลงานในช่วงที่ผ่านมาไม่มีความหมาย เพราะเมื่อลงสนามแมตช์นี้จะอยู่เหนือการคาดเดา แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือในยามวิกฤติ โซลชา มักจะทำผลงานได้ดี และนี่คือจุดที่แฟนบอล “หงส์แดง” หวั่นไหวพอสมควร

จริงๆ แล้ว กุนซือชาวนอร์เวย์ อาจจะไม่ได้มีบุคลิกที่ดุดันเหมือนกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่การที่เขาเป็นตำนานซูเปอร์ซับของทีม น่าจะเป็นจุดที่สามารถกระตุ้นให้ แมนฯ ยูฯ กล้าวิ่งสู้ฟัดซัดกับ “เดอะ เร้ดส์”

โดยทีมงาน ” REDDEVILTHAI ” BY Bookmark

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร ข่าวสารแมนยู อัพเดทก่อนใคร 24 ชม.
Add friend

เพิ่มเพื่อน

• เรื่องน่าสนใจ •